ทำฟัน จัดฟัน นัดปรึกษาฟรี : @iDentistClinic

ทันตกรรมโรคเหงือกอักเสพ

เลือกหัวข้อทันตกรรมโรคเหงือกอักเสพ

iDentist Dental Clinic

เหงือกบวมและอักเสบ: สาเหตุ วิธีการรักษา และการป้องกันที่ควรรู้

ทำไมเหงือกถึงบวมและอักเสบ? อาการเป็นอย่างไร?

อาการเหงือกบวมและอักเสบคงเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่อยากประสบพบเจอ เพราะมันทำให้รู้สึกเจ็บปวดราวกับโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ไม่ว่าจะเป็นการปวดเหงือกที่มีอาการบวมแดง หรือการเลือดออกขณะแปรงฟัน ความเจ็บปวดที่เกิดจากอาการเหล่านี้ทำให้เราต้องระวังไม่ให้มันกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงจนต้องเสียฟันไปในที่สุด แต่เราจะสามารถรักษาและป้องกันอาการนี้ได้อย่างไรบ้าง?

เหงือกคืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?

เหงือกคืออวัยวะที่เรามักมองข้าม แต่มันมีความสำคัญมากกว่าที่คิด เพราะเหงือกเป็นตัวช่วยยึดฟันไว้ในกระดูกขากรรไกร และรองรับแรงจากการบดเคี้ยวอาหาร หากเหงือกมีปัญหา ก็อาจส่งผลกระทบถึงการยึดติดของฟันและสุขภาพช่องปากโดยรวม ซึ่งรูปร่างของเหงือกที่สมบูรณ์จะมีสีชมพูและผิวเรียบ หากพบว่ามีอาการเหงือกบวม เลือดออก หรือเหงือกอักเสบบ่อยครั้ง นั่นคือสัญญาณว่าเหงือกของคุณอาจกำลังมีปัญหาอยู่

อาการของโรคเหงือกอักเสบและบวม

โรคเหงือกอักเสบส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่เกิดจากการทำความสะอาดช่องปากไม่ดีพอ ทำให้เหงือกมีอาการบวมและเปลี่ยนจากสีชมพูเป็นสีแดงเข้ม เมื่อเหงือกบวม อาจทำให้เกิดการเลือดออกขณะแปรงฟัน หรือมีอาการเจ็บเวลาเคี้ยวอาหาร ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้จนเรื้อรัง อาจนำไปสู่โรคปริทันต์ที่ทำลายกระดูกขากรรไกร และส่งผลให้เราสูญเสียฟันไปได้ในที่สุด

เหงือกบวม อักเสบ เกิดจากอะไร?

อาการเหงือกบวมและอักเสบมักเกิดจากการดูแลช่องปากไม่ดีพอ การแปรงฟันที่ไม่สะอาดสามารถสะสมแบคทีเรียบนเหงือกและฟัน จนทำให้เกิดหินปูนและการหมักหมมของคราบจุลินทรีย์เป็นเวลานาน เมื่อสะสมมากขึ้น เหงือกก็จะเริ่มบวมและอักเสบตามมา นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่สามารถกระตุ้นอาการนี้ได้ เช่น การสูบบุหรี่, การมีฟันคุด, การใส่เครื่องมือจัดฟัน, การใช้ยาบางประเภทเช่นยาคุมกำเนิด หรือแม้กระทั่งการขาดสารอาหารบางชนิด และไม่เว้นแม้แต่ปัจจัยทางพันธุกรรมก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

ศัลยกรรมปริทันต์
รักษาโรคเหงือก

1 ครั้ง / 1,500 – 3,500

ประเภทของอาการเหงือกบวมที่ควรระวัง

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ถ้าเกิดเหงือกบวมขึ้นมา จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นแค่การบวมธรรมดาหรือเริ่มมีปัญหาที่ต้องให้ความสนใจ เพราะบางครั้งเหงือกบวมอาจไม่มีอาการปวดตามมาเลย หรือแสดงอาการไม่ชัดเจน เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าเหงือกที่บวมจนเกิดการติดเชื้อหรือมีปัญหานั้น จะมีลักษณะอย่างไรบ้าง

เหงือกบวมแดงและอักเสบ

เหงือกที่มีอาการบวมแดงจะเปลี่ยนสีจากปกติเป็นสีแดงเข้ม หรือแม้กระทั่งสีม่วง และจะค่อย ๆ บวมขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้รู้สึกเจ็บบริเวณรอบ ๆ ฟัน หากมีการสัมผัสหรือกดที่เหงือกที่บวม อาจทำให้เกิดอาการเจ็บ หรือมีเลือดออกขณะแปรงฟัน และบางครั้งอาจมีปัญหาฟันผูกร่วมด้วย

เหงือกบวมและมีหนอง

เมื่อเหงือกบวมจนเกิดหนอง นอกจากอาการบวมแล้ว จะมีหนองไหลออกมาด้วย เนื่องจากการติดเชื้อที่เหงือก เมื่อเกิดการอักเสบ หน้าของเหงือกจะมีสีคล้ำ และขอบเหงือกจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม เมื่อกดหรือสัมผัสที่บริเวณนี้จะมีหนองออกมา ซึ่งบ่งชี้ถึงการติดเชื้อที่ต้องได้รับการรักษา

อาการรากฟันอักเสบ

เมื่อรากฟันเกิดอาการอักเสบ จะมีการบวมที่บริเวณเหงือก และอาจมีหนองขณะสัมผัสที่จุดนั้นด้วย ฟันอาจจะเริ่มมีสีคล้ำ หรือรู้สึกเจ็บเวลาเคี้ยวอาหาร หรือเมื่อสัมผัสฟันที่เกิดอาการเสียว การอักเสบในรากฟันอาจทำให้เกิดปัญหาเพิ่มเติมที่ต้องให้ความสนใจ

หากปล่อยอาการเหล่านี้ไว้โดยไม่รักษา อาจมีผลต่อการสูญเสียฟัน หรือทำให้เกิดปัญหาที่รุนแรงขึ้น เช่น การติดเชื้อในเหงือกที่ลามไปถึงมะเร็งในช่องปาก ดังนั้นควรใส่ใจอาการเหล่านี้และไม่มองข้าม หากไม่รักษาทันที อาจนำไปสู่ผลกระทบที่ร้ายแรงได้ค่ะ

โรคเหงือกที่ต้องระวัง สัญญาณเตือนที่คุณไม่ควรมองข้าม

โรคเหงือกเป็นปัญหาสุขภาพที่หลายคนอาจมองข้าม แต่จริงๆ แล้วเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่เราต้องรู้คือโรคเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และมีความเสี่ยงที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโรคที่เกี่ยวกับเหงือกและวิธีการป้องกันกันค่ะ

โรคปริทันต์ ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

โรคปริทันต์ หรือที่บางคนเรียกว่า “โรครำมะนาด” เป็นการอักเสบที่เกิดขึ้นในช่องปาก โดยเฉพาะเหงือก ฟัน และรากฟัน ซึ่งเกิดจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์จากอาหารและน้ำลาย โรคนี้จะรุนแรงกว่าโรคเหงือกอักเสบ เพราะเป็นการอักเสบเรื้อรังที่ค่อยๆ ทำลายกระดูกและเนื้อเยื่อเหงือกอย่างช้าๆ โดยที่ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัว จนกระทั่งมีอาการบวมและติดเชื้อ หรือบางครั้งอาจพบเลือดออกจากไรฟัน ปวดฟัน กลิ่นปากแรง ฟันเริ่มโยกหรือห่างออกจากกัน จนต้องถอนฟันออกในบางกรณี

สาเหตุหลักของโรคปริทันต์คือการสะสมของคราบจุลินทรีย์จากอาหารและน้ำลาย ดังนั้นวิธีรักษาคือการขูดหินปูนและเกลารากฟันเพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย แต่เนื่องจากโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้เพราะแบคทีเรียสามารถกลับมาใหม่ได้ การดูแลรักษาความสะอาดช่องปากด้วยการแปรงฟันให้ถูกวิธีและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคนี้

โรคเหงือกอักเสบ สัญญาณแรกของปัญหาสุขภาพในช่องปาก

โรคเหงือกอักเสบเกิดจากการระคายเคืองที่เหงือก ซึ่งในช่วงแรกจะทำให้เหงือกบวมและอาจมีเลือดออกได้ง่าย เมื่อปล่อยไว้นานๆ จะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและอาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงกว่าได้ วิธีสังเกตว่าคุณกำลังมีปัญหากับเหงือกคือการดูที่สีของเหงือก โดยปกติแล้วเหงือกจะมีสีชมพู แต่หากเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มหรือม่วง บวม และมีเลือดออก นั่นหมายความว่าเหงือกของคุณกำลังมีอาการอักเสบแล้วค่ะ

การดูแลสุขภาพเหงือกสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการแปรงฟันให้สะอาด ใช้ไหมขัดฟันขจัดเศษอาหารในซอกฟัน และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงซึ่งอาจทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคเหงือกอักเสบได้ค่ะ

วิธีดูแลเหงือกอักเสบเบื้องต้นที่คุณทำได้เอง

หลายคนอาจจะเริ่มตกใจเมื่อพบว่าเหงือกของตัวเองมีอาการผิดปกติใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้วถ้าสังเกตเห็นอาการในช่วงเริ่มต้น มันก็ยังไม่ถึงกับน่ากลัวนักนะ เพราะยังสามารถรักษาได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ด้วยวิธีดังนี้

  • ใช้น้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อแบคทีเรียและคราบจุลินทรีย์ที่เกิดจากเศษอาหาร
  • ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลายและลดอาการเหงือกอักเสบ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ที่อาจทำให้เหงือกแย่ลง
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เพราะน้ำตาลเป็นสาเหตุหลักของฟันผุ
  • หากมีอาการบวมที่เหงือก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือประคบด้วยน้ำแข็งเพื่อบรรเทาอาการ
  • หากมีอาการปวด สามารถทานยาแก้ปวดเช่นพาราเซตามอลได้ แต่ควรอ่านคำแนะนำการใช้ยาอย่างถูกวิธี

แต่ถ้าหากอาการเหงือกอักเสบของคุณเริ่มหนักขึ้น หรือมีอาการปวดรุนแรงเกินไป แนะนำให้ไปพบทันตแพทย์ เพราะการรักษาเองในบางกรณีอาจจะไม่ได้ผลค่ะ และห้ามซื้อยามารักษาเองนะคะ

การรักษาเหงือกอักเสบจากทันตแพทย์

หากอาการเหงือกอักเสบของคุณเป็นเรื้อรังหรือมีอาการปวดมากจนไม่สามารถจัดการเองได้ ก็ถึงเวลาที่ต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี โดยอาจมีขั้นตอนดังนี้

  • ทันตแพทย์อาจจะให้ยาปฏิชีวนะ เช่น ยารับประทาน ยาบ้วนปาก หรือยาที่ช่วยลดอาการเหงือกอักเสบโดยตรง
  • หากมีอาการเหงือกร่น หรือเนื้อเยื่อเหงือกเสียหาย ทันตแพทย์อาจต้องทำการผ่าตัดปลูกถ่ายเหงือกเพื่อฟื้นฟูสภาพเหงือกให้กลับมาดีเหมือนเดิม
  • การขูดคราบหินปูนหรือเกลารากฟัน เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บริเวณซอกฟัน
  • หากตรวจพบมะเร็งในช่องปาก ทันตแพทย์จะใช้วิธีการฉายแสงบำบัดหรือเคมีบำบัด หรืออาจใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันเพื่อรักษาให้ได้ผลดีที่สุด

อย่าตกใจไปนะคะ ทุกคนสามารถป้องกันอาการเหงือกอักเสบได้ด้วยการดูแลความสะอาดในช่องปากอย่างดี การป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ถือเป็นการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดค่ะ

วิธีป้องกันเหงือกบวมและอักเสบอย่างง่าย

ถ้าเราต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาสุขภาพช่องปาก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างการป้องกันที่ดี! มาดูกันว่าเราจะป้องกันอาการเหงือกบวมและอักเสบได้อย่างไร

  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือหลังมื้ออาหาร พร้อมทั้งแปรงฟันให้ถูกวิธี เพื่อขจัดคราบแบคทีเรียและเศษอาหารที่อาจก่อให้เกิดปัญหาฟันและเหงือก
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินซีสูง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเหงือกและฟัน
  • ไปพบทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือน เพื่อตรวจเช็กสุขภาพช่องปากและรับคำแนะนำในการดูแลช่องปากอย่างถูกวิธี
  • สังเกตอาการผิดปกติของฟันและเหงือกเพื่อการรักษาทันที รวมถึงหลีกเลี่ยงน้ำอัดลมและอาหารหวานซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันผุ
  • ใช้น้ำยาบ้วนปากสูตรอ่อนโยน เพื่อลดการระคายเคือง หรือใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดเศษอาหารและคราบพลัคที่แปรงฟันไม่สามารถขจัดได้

ฟังแล้วคุณคงอยากไปตรวจดูสุขภาพช่องปากของตัวเองใช่ไหมคะ? ถ้าคุณเคยแปรงฟันไม่สะอาดหรือไม่แปรงหลังมื้ออาหาร ถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วล่ะ! หากคุณไม่ดูแลให้ดีอาจต้องเสียเงินค่ารักษาในภายหลังโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ ใครที่อยากเริ่มต้นดูแลช่องปากอย่างจริงจัง ลองนำวิธีการที่เรานำเสนอไปใช้กันดูนะคะ

อย่าลืมนะคะ การไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเป็นเรื่องสำคัญมาก! ถ้าคุณไม่อยากมีอาการปวดฟันที่ทรมานจนถึงขั้นไม่อยากทำอะไรเลย ก็อย่าละเลยการตรวจเช็กสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอค่ะ เราเตือนคุณแล้วนะ